CK ตั้งเป้ารายได้ปี 61 ที่ 35,000ล้านบาท พร้อมประมูล ‘โครงการภาครัฐ และ อีอีซี’

CK ตั้งเป้ารายได้ปี 61 ที่ 35,000ล้านบาท พร้อมประมูล ‘โครงการภาครัฐ และ อีอีซี’

08/05/2018 0 By admin

ช. การช่าง (CK) เผยทิศทางปี 2561 เดินหน้ากลยุทธ์พัฒนาองค์กร ผนึกกำลังบริษัทในเครือ ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานครบวงจรระดับภูมิภาค

ผสานจุดแกร่งอันหลากหลายของบุคลากรพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีให้สร้างประโยชน์สูงสุด และเสริมสร้างขีดสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค มุ่งเน้นเข้าร่วมประมูลงานโครงการสาธารณูปโภคของภาครัฐ ตั้งเป้ารายได้ปี 2561ที่ 30,000-35,000 ล้านบาท

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่าบริษัทได้เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้ามั่นคงในอนาคต โดยมุ่งเน้นการผนึกกำลังของบริษัทต่าง ๆ ในเครือ เพื่อการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และรักษาความเป็นผู้นำในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคครบวงจร ทั้งระบบราง ถนน พลังงานและประปา ประกอบด้วย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ซึ่งแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นจากการควบรวมธุรกิจทางด่วนและธุรกิจรถฟ้าเข้าด้วยกันบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทั้งในและต่างประเทศ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านระบบน้ำประปา ซึ่งมีเสถียรภาพ สร้างรายได้และปันผลสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลงานโครงการต่างๆ ของภาครัฐ

นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปัจจุบันนี้บริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่าประมาณ 72,000 ล้านบาท โดยในปี 2560 บริษัทมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและการขายวัสดุก่อสร้างรวม 35,922.81 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 1,810.01 ล้านบาท มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ร้อยละ 7.89นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้อื่น ๆ จำนวน 1,807.87 บาท รวมรายได้ 37,730.68 ล้านบาทซึ่งเป็นไปตามแผนที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ในปี 2560 ที่ผ่านมา ช.การช่าง ยังได้รับรางวัล “ASEAN Outstanding Engineering Achievement Project Award” โดย ASEAN Federation of Engineering Organizations (AFEO) และ รางวัล “ARE-QP Awards 2017” โดย Asian Network for Quality (ANQ) จากการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างที่ยอดเยี่ยมของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีรางวัล “หุ้นขวัญใจมหาชน ประจำปี 2560” (Popular Stock Awards) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จัดโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และรางวัล “ESG 100” ในฐานะเป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จของช.การช่าง ทั้งในด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมการก่อสร้าง ด้านผลประกอบการ และด้านการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลและดูแลสังคมสิ่งแวดล้อมด้วย

สำหรับโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการ มีความคืบหน้าน่าพอใจทุกโครงการ โดย ณ สิ้นปี 2560 มีรายละเอียด ดังนี้
• โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย และ สถานีบางซื่อ – เตาปูน (งานบริหารโครงการ จัดหา ติดตั้ง
ทดสอบอุปกรณ์งานระบบและทดลองเดินรถไฟฟ้า) คืบหน้าไปแล้ว 27.00%
• โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สัญญา 1 โครงการก่อสร้างใต้ดิน (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-รามคำแหง12) คืบหน้า
4.20%
• โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สัญญา 2 (ช่วงรามคำแหง12-หัวหมาก) คืบหน้า 2.30%
• โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สัญญา 5 (งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดรถ) คืบหน้า 3.60%
• โครงการรถไฟทางคู่ จิระ-ขอนแก่น การก่อสร้างเสร็จสิ้นกว่า 49.00%
• โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยา-มาบตาพุด สัญญา 5 เสร็จสิ้น 74.60%
• โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สัญญา 3 เสร็จสิ้น 11.00% และ สัญญา 6 เสร็จสิ้น 36.80%

• ส่วนโครงการในต่างประเทศ โครงการเขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว ปัจจุบันคืบหน้าไปกว่า 85.30%
ในปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีงานที่ผลักดันโดยภาครัฐทั้งโครงการต่อเนื่อง และโครงการใหม่รวมมูลค่าประมูลกว่า 4 แสนล้านบาท อาทิ
• โครงรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะมูลค่า 130,000ล้านบาท
• โครงการทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง มูลค่า 310,000 ล้านบาท
• โครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวมประมาณ 400,000 ล้านบาท
• โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน – นครราชสีมา ค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 33,000 ล้านบาท
• โครงการมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรีค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 27,000 ล้านบาท
• โครงการโครงสร้างพื้นฐานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือ EEC เช่นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ระยะทางรวม 220 กม. มูลค่ารวม 200,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันโครงการออกมาในลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุน(PPP)โดยทาง CK และ BEM ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วสำหรับโครงการใหม่ที่ CK จะเข้าร่วมประมูลนั้น CK ตั้งเป้าว่าจะได้ส่วนแบ่งงานก่อสร้าง 20-25%

ในโอกาสการก้าวสู่ปีที่ 46 ของเรา ช. การช่างจะให้ความสำคัญกับการผสานความแข็งแกร่งให้องค์กรในหลากหลายด้าน ภายใต้แนวคิดหลัก The Power of Synergyทั้งการผสานจุดแกร่งของบุคลากรต่างรุ่น ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานแบบ “ทีมเวิร์ค” ทำงานแบบมืออาชีพและอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว เพื่อช่วยยึดเหนี่ยวให้บุคลากรรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของครอบครัว ช.การช่าง ผสานพลังร่วมในองค์กรโดยผนึกศักยภาพของบุคคลากรรุ่นก่อตั้ง และศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ให้เกิดเป็น “CK Knowledge” ผสานประสบการณ์และองค์ความรู้บวกเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ทั้งในขั้นตอนการดำเนินงาน การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ (Efficient) และเกิดผลิตผลสูงสุด (Productivity) และการก่อสร้างเพื่อให้เกิดผลงานที่มีคุณภาพ ส่งมอบงานตรงตามเวลาเป็นงานที่ดีให้กับลูกค้าและประชาชนที่จะเป็นผู้ใช้โครงการเหล่านี้ต่อไป

เรายังเน้นพลังร่วม หรือ Synergy ใน CK Group เพื่อมุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของบริษัท และบริษัทในเครือ ในการสร้างสรรค์โครงการดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนชาวไทย และสร้างผลการดำเนินงานที่ดี โดยยังไม่ลืมการร่วมมือกับพันธมิตรและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกด้านอย่างเป็นธรรมด้วยความรับผิดชอบ เพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริงของธุรกิจด้วย